PASSPORTER

MYANMAR THE GOLDEN LAND | ตามรอย 3 เส้นทางแห่งแรงศรัทธา

ตามรอยเส้นทางศรัทธา ในดินแดนแห่งอารยะธรรม ประเทศเมียนมา

PATH OF FAITH :
EXPLORE MYANMAR THE GOLDEN LAND

ถ้าถามว่ารู้จัก เมียนมา (ขอเรียกพม่าแล้วกันนะ น่าจะคุ้นหูมากกว่า) หรือเปล่า ใคร ๆ ก็คงต้องพยักหน้ารู้จักกันเป็นทิวแถว แต่จะมีใครที่ได้ไปสัมผัสกันแบบแนบชิด ทำความรู้จักพม่าในมุมต่าง ๆ ที่นอกเหนือจากความรู้เรื่องแป้งทานาคาที่ช่วยให้หน้าตาผ่องใสแล้ว ครั้งนี้เราจะพาไปตามรอย 3 เส้นทางแห่งความศรัทธา EXPLORE MYANMAR THE GOLDEN LAND แต่ละที่นอกจากจะช่วยให้จิตใจผ่องใสแล้ว ยัง (น่าจะ) ส่งผลให้หน้าตาผ่องใสได้ไม่แพ้ทานาคาเลยล่ะค่ะ

หงสาวดี

เรามาถึงหงสาวดีกันในช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงอาทิตย์เริ่มกลายเป็นสีส้มจัด ส่องสะท้อนย้อนแยงลอดผ่านช่องของเจดีย์ต่าง ๆ ทั่วทั้งพื้นที่ของ เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของพม่า ด้วยความที่เรายังไม่เคยเข้าวัดพม่ามาก่อน การถอดรองเท้าเดินตั้งแต่หน้าประตูวัดถือเป็นสิ่งแปลกใหม่อยู่เนือง ๆ แต่ก็ทำให้ได้รู้ว่าชาวพม่านั้นมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนากันอย่างมาก อย่างในช่วงเย็นของทุกวัน เราจะเห็นชาวบ้านมาช่วยกันทำความสะอาดลานวัด พร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้มที่ดูก็รู้ว่าเป็นความเต็มใจที่จะช่วยบำรุงรักษาศาสนสถานของพวกเขา เอ้า! มาถึงที่นี่ต้องไปนมัสการ ยอดเจดีย์หัก ซึ่งชาวพม่าเชื่อกันว่า ถ้าได้นำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์จะช่วยค้ำจุนชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรือง

จากพระธาตุมุเตาก็ยังมี พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว พระนอนที่ชาวพม่ายกให้เป็นที่สุดแห่งความสวยงาม มีความประณีตในการตกแต่ง ใส่ใจในรายละเอียดตั้งแต่พระเกศาไปจนถึงบริเวณฐาน ทั้งยังเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าต่างเคารพนับถือเป็นอันดับ 2 รองจากพระธาตุชเวมอดอร์อีกด้วย

ทีนี้คนไทยหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับกระจกสีสีเข้ม ๆ ที่ติดตกแต่งกันตามวัด แต่ถ้ามาเห็นกระจกสีที่นี่ คงต้องมอบโล่ความน่ารักให้เขาล่ะ เพราะกระจกสีตกแต่งฐานพระพุทธรูปนั้นเป็นสีพาสเทล! หวานละมุน ยิ่งถ้ามาในช่วงบ่ายแสงอาทิตย์จะตกกระทบกับกระจกส่องแสงระยิบระยับ ถ้าอยากรู้ว่าความพาสเทลกับศาสนสถานจะเข้ากันได้ยังไงนั้น คงต้องมาดูให้เห็นกับตา

มาถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งที่ 3 เจดีย์ไจ๊ปุ่น เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์หันพระพักตร์ไปครบทั้ง 4 ทิศ เพื่อแทนความหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้ง 4 พระองค์ประกอบไปด้วยสมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าโกนาคมโน พระพุทธเจ้ากุสันโธ และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ ซึ่ง ณ เจดีย์แห่งนี้เราได้พบกับรอยยิ้มหวาน ๆ ของเจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิง ที่คอยให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นมิตร พวกเขาพาเราเดินชมไปรอบบริเวณ ท้องฟ้าสีฟ้าจัดตัดกับสีเหลืองของจีวรพระพุทธรูปอย่างสวยงาม ความยิ่งใหญ่ขององค์พระพุทธรูปทำให้ผู้คนที่มาสักการะเหลือตัวเล็กนิดเดียว เห็นแล้วก็รู้สึกถึงการยึดมั่นถือมั่นในตัวเองที่น้อยลง ดังเช่นคำสอนของพระพุทธองค์

สิเรียม

สิเรียมเป็นเมืองท่าเก่าแก่ของพม่า ซึ่งสถานที่แรกของการไปทำบุญในเมืองแห่งนี้ เราได้ล่องเรือพื้นเมืองไปยัง พระเจดีย์เยเลพญา เพื่อชมพระพุทธรูปปางมารวิชัยที่ตั้งอยู่ในวัดอายุนับพันปีบนเกาะกลางน้ำ เด็กน้อยท้ายเรือคอยดูแลนักท่องเที่ยวอย่างดีจนถึงตัววัด พร้อมส่งยิ้มหวานให้ก่อนพายเรือกลับไป ทุกคนดูตื่นตาตื่นใจกับสถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้ ก่อนจะพุ่งตรงไปยลความสวยงามของพระพุทธรูป แล้วจึงผ่อนคลายกันด้วยกิจกรรมให้อาหารปลาในเขตอภัยทาน ว่ากันว่าวัดแห่งนี้ไม่ว่าน้ำจะขึ้นสักเท่าไหร่ก็ไม่มีวันจม การได้มาทำบุญที่นี่จึงเชื่อกันว่าชีวิตไม่มีวันตกต่ำนั่นเอง

เมืองสิเรียมน่าจะเหมาะกับใครหลายคนที่กำลังต้องการที่พึ่งทางใจ อย่างสถานที่ถัดไป เจดีย์โบตาทาวน์ ศูนย์รวมเทพศักดิ์สิทธิ์ไว้ถึง 2 องค์ด้วยกัน เมื่อไปถึงควรเริ่มจากการเดินชมเจดีย์ที่ภายในเป็นกระจกโมเสกสีทองทุกทั่วห้อง แล้วจึงนมัสการพระเกศาของพระพุทธเจ้า ก่อนจะไปขอพรกับ นัตโบยี หรือ เทพทันใจ ที่เป็นที่ศรัทธาของทั้งชาวพม่าและชาวไทย งานนี้คนต่อแถวยาวเหยียด แต่ดูเหมือนไม่มีใครจะยอมแพ้เพราะว่ากันว่าท่านให้พรสมหวังทุกประการ โดยต้องนำเอาของสักการะอย่างดอกไม้ มะพร้าวอ่อน กล้วย และเงินไปใส่ในมือของท่านแล้วจึงขอพรก็เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นก็ข้ามฝั่งถนนไปสักการะ อะมาดอว์เมี๊ยะ หรือ เทพกระซิบ ตามตำนานเล่าว่า นางเป็นธิดาของพญานาคที่เกิดศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า รักษาศีลไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนสิ้นชีวิต เป็นที่เลื่อมใสของชาวบ้านกราบไหว้มานมนาน เราจึงไม่พลาดที่จะเตรียมข้าวตอก ดอกไม้ และนมเปรี้ยว ไปอธิษฐานขอพร ซึ่งต้องไปกระซิบเบา ๆ ห้ามให้คนอื่นได้ยินแล้วพรจะสำเร็จดังต้องการ

ปิดท้ายวันดี ๆ ที่เมืองสิเรียมไว้ด้วยการเข้าร่วมพิธีเทินพระธาตุที่ เจดีย์กาบาเอ เป็นเจดีย์ทรงกลมที่รอบผนังบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของพระพุทธศาสนาไว้อย่างสวยงาม ซึ่งก่อนหน้าที่พวกเราชาวไทยจะได้เข้าร่วมพิธีนี้ มีกลุ่มผู้ถือศีลชาวเกาหลีได้เข้าร่วมถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาด้วยความปิติที่ได้บูชาพระธาตุ แม้ว่าเราจะไม่ถึงกับหลั่งน้ำตา แต่การที่ได้บูชาพระธาตุสำคัญของพระพุทธเจ้า พระสารีบุตร และพระโมคคัลลานะ ด้วยการนำมาเทินไว้บนศีรษะก็สร้างความอิ่มเอมใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

ย่างกุ้ง

และแล้วเราก็ได้มาเยือนที่สุดของที่สุดแห่งความศรัทธาของชาวพม่าและพุทธศาสนิกชน เมื่อพูดถึงพม่าคงจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า อายุกว่า 2,000 ปี เพียงก้าวแรกที่ได้เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้เราก็สัมผัสได้ถึงความอลังการและแรงศรัทธาของผู้คนจากทั่วสารทิศ ที่เดินทางมาสักการะ ไม่ว่าจะชาวตะวันตกหรือตะวันออก บ้างก็กำลังสวดมนต์อย่างขะมักเขม้น บ้างก็นั่งนิ่ง ๆ ชมความวิจิตรของมหาเจดีย์แห่งนี้ ส่วนพวกเราหลังจากเดินวนรอบองค์เจดีย์ครบ 3 รอบ และสรงน้ำพระประจำวันเกิดครบทั้ง 8 องค์เสร็จเรียบร้อยก็รวมตัวกันถวายสังฆทาน รับศีลรับพรจากเจ้าอาวาส

วันสุดท้ายของการเดินทาง เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า เพื่อไปนมัสการ พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี หรือที่ชาวไทยเรียกกันว่า พระตาหวาน เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์ ขนพระเนตร พระเนตร รวมไปถึงจีวรนั้นทำมาจากแก้ว สั่งผลิตจากต่างประเทศ มีความพลิ้วไหวสมจริง และเมื่อเดินมายังสุดปลายพระบาท จะมีภาพวาดธรรมจักรบริเวณใจกลางฝ่าพระบาทแล้วล้อมรอบด้วยมงคล 108 ประการ เรียกได้ว่างดงามและมีรายละเอียดตั้งแต่พระเกศาไปจนถึงฝ่าพระบาทเลยทีเดียว

จบทริป 3 เส้นทางแห่งแรงศรัทธา ได้รู้จักกับความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ของชาวพม่าแบบจัดเต็ม เชื่อว่าใครที่มีโอกาสได้มาตามรอยแบบนี้ คงได้รับความประทับใจและพรดี ๆ ติดตัวกลับไปแบบอิ่มอกอิ่มใจแน่นอน

mm

Author: BAREFOOT TEAM

TAKE OFF YOUR SHOES AND BE FREE