FIRST LOVE FIRST TIME IN FUKUSHIMA JAPAN

ครั้งแรกกับการมาเที่ยวจังหวัด Fukushima ประเทศญี่ปุ่น
ขอรวบรวมภาพบรรยากาศมาให้ดูเพลิน ๆ ก่อนที่จะมาเล่าเรื่องราวความประทับใจของทริปนี้ก็แล้วกันนะ

บอกเลยว่ามีเรื่องเปิ่น ๆ โก๊ะ ๆ มากมาย ทั้งลงรถไฟผิดสถานี ทั้งไม่มีรถบัส
และของกินร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ไม่มีเมนูและการพูดคุยภาษาอังกฤษใส่กัน ญี่ปุ่นล้วน ๆ
จะเป็นยังไงนั้น รอติดตามเรื่องราวของทริปนี้ได้ที่นี่เร็ว ๆ นี้.

RICE FORCE BEAUTY BOUTIQUE ความงามอย่างธรรมชาติแบบฉบับสาวญี่ปุ่น

รีเซ็ตสุขภาพผิวหน้า ให้ได้รู้สึกเปล่งปลั่ง เรียกความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา

“วันหนึ่ง…ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกใหม่” หน้าหมอง!!! 

ตอนนี้เลยอยากจะร้องไห้มากกว่าร้องเพลง เพราะการส่องกระจกยามเช้าแล้วเจอสภาพหน้าแบบนี้ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน มัวแต่ทำงานง่ก ๆ นอนดึก ๆ ดื่น ๆ ดูแลแต่งาน สนใจแต่งาน ไม่มีเวลาได้ดูแลตัวเองแบบนี้ ไม่ได้การละ ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างแล้ว! ซึ่งเราก็ไม่ผิดหวัง ที่ปล่อยให้ RICE FORCE BEAUTY BOUTIQUE มาเป็นผู้ช่วยในการดูแลผิวหน้า หลังจากที่ถูกละเลยมานาน…แสนนาน สำหรับรูปแบบการตกแต่งภายในบูติกช็อปแห่งนี้ เป็นสไตล์เซ็นแบบญี่ปุ่น เน้นโทนสีขาว-น้ำตาล เรียบง่าย ช่วยให้ดูสบายตา และรู้สึกอบอุ่น สงบ สบายไปพร้อมกัน ซึ่งหลังจากที่ได้รับเสื้อคลุมมาสวมใส่เป็นที่เรียบร้อยก็เป็นสัญญาณบอกว่าความผ่อนคลายในครั้งนี้…กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

rice-force-049

rice-force-001

ในเมื่อหน้าหมอง เราเลยขอเลือกทำ FACIAL BRIGHTENING CLEAR SKIN CARE TREATMENT กับการดูแลผิวหน้าแบบล้ำลึก ทำให้ผิวชุ่มชื่น และช่วยลดความหมองคล้ำ โดยตลอดการทำทรีตเมนต์ครั้งนี้ เราได้รับการบำรุงด้วย RICE FORCE ผลิตภัณฑ์สกัดจากข้าวญี่ปุ่นแท้ 100% ที่ผ่านกรรมวิธีการหมักแบบสาเกญี่ปุ่นร่วมกับเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ เกิดเป็นสารสกัดจากพลังแห่งข้าวซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการดูแลและฟื้นฟูผิวพรรณ

rice-force-030

rice-force-016

rice-force-046

ทรีตเมนต์สำหรับผิวหน้าแบบฉบับ RICE FORCE เริ่มต้นด้วยการเช็ดล้างเครื่องสำอาง ก่อนที่จะเริ่มฟื้นฟูผิวหน้าด้วยครีมบำรุงผิว ตามด้วยไวเทนนิงที่ช่วยในการยับยั้งการสร้างสารเมลานิน (เม็ดสี) ในผิวของเรา เมื่อบวกกับน้ำหนักในการนวดแบบพอดี๊พอดี ซึ่งส่งผลดีต่อการไหลเวียนของเลือดบนใบหน้า จึงทำให้ผิวหน้าของเรานั้นกลับมากระชับและดูสดใสในที่สุด

INFO: หลังทำทรีตเมนต์ผิวหน้าเสร็จ ไม่ควรใช้เครื่องสำอางทันที ทั้งนี้เพื่อเป็นการพักผิวหน้านั่นเอง

rice-force-017rice-force-002

rice-force-012

ตลอดเวลาหนึ่งชั่วโมง นอกจากกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวจากผลิตภัณฑ์ RICE FORCE จะให้ความรู้สึกสุดผ่อนคลาย ให้ได้หยุดคิดเรื่องงาน และเรื่องเครียด ๆ แล้ว การมาที่ RICE FORCE BEAUTY BOUTIQUE ยังทำให้เราได้รีเซ็ตสุขภาพผิวหน้า ให้ได้รู้สึกเปล่งปลั่ง เรียกความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา…อีกครั้ง!

CONTACT
ซ.สุขุมวิท 16 เขตคลองเตย (BTS อโศก)
0 2107 2013เปิดบริทุกวัน 10.00-21.00 น.FB Rice Force Thailand

ปากน้ำประแส วิถีชีวิตเรียบง่ายที่ยังคงอยู่

ปากน้ำประแสคือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเล เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านและประมงน้ำลึก บ้านของชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้ ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไร เหมาะกับการมาเรียนรู้วิถีชุมชนเป็นที่สุด

ชุมชนประมงประแส

ชุมชนประมงประแสเป็นชุมชนเก่าแก่ของจังหวัดระยอง อยู่คู่กับปากน้ำประแสมานาน ปากน้ำประแสคือพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างน้ำจืดและน้ำทะเล เป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านและประมงน้ำลึก บ้านของชาวบ้านยังคงอนุรักษ์ไว้ ไม่เปลี่ยนแปลงไปมากเท่าไร โดยบ้านเกือบทุกหลังอยู่ติดทะเล เพราะแต่ก่อนฝั่งที่ติดทะเลจะเป็นหน้าบ้านไว้เทียบเรือ นอกจากนั้นแล้วตอนนี้ ที่นี่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยการเปิดโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวมาพัก มาดูวิถีชีวิตชาวประมง เดินเที่ยวชุมชนที่ทำประมงเชิงอนุรักษ์ โดยบริเวณป่าชายเลนชาวบ้านสามารถจับสัตว์ทะเลกันได้ เพียงแต่ทุกคนต้องช่วยกันดูแล เป็นการรณรงค์พื้นที่ไปในตัว สองข้างทางที่เราผ่านมา มีความเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน บ้านแต่ละหลังยังคงความคลาสสิก ให้เราได้เรียนรู้และชื่นชม

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa027

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa002%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa001

เรามาต่อกันที่ ทุ่งโปรงทอง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่อยู่ในระแวกชุมชนปากน้ำประแส ทุ่งสีทองละลานตาเบื้องหน้าที่เขาเล่าว่า…เป็นแหล่งธรรมชาติที่บริสุทธิ์และดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ โดยทุ่งสีทองที่เห็นคือ ต้นโปรง สีตองอ่อนสะท้อนกับแสงอาทิตย์จนกลายเป็นสีเหลืองทอง สะพานไม้ระแนงที่ทอดยาวเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดให้นักเดินทางได้ศึกษาเรียนรู้ ทั้งต้นแสม ตะบูนดำ ลำพูน โกงกาง โปรงแดง รวมทั้งต้นโปรง (ทอง) นั่นเอง พร้อมชมวิวพาโนรามา ที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งโปรงทอง ซึ่งรับรองว่าหากใครได้เห็นรูปที่ถ่ายมาแล้วนั้นต้องอิจฉาและอยากตามมาเยือนสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่แห่งนี้อย่างแน่นอน

%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87015%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87012

%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87001

เช้าวันรุ่งขึ้น เรามาถึง สะพานประแสสิน กันแต่เช้า เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้น บรรยากาศยามเช้าบนสะพาน แสงแดดอ่อน ๆ กระทบผิวน้ำด้านล่าง เป็นเวลาเดียวกับเสียงเครื่องยนต์ เรือประมงดังขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน ในขณะที่บนสะพานก็มีนักปั่นจักรยาน ปั่นกันผ่านไปมา เป็นบรรยากาศยามเช้าที่ครึกครื้นไม่เบา

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa010

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa005%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa013

เมื่อแดดเริ่มแรง เราไปต่อกันที่ตลาดเช้าของชุมชนที่บรรยากาศคึกคักกันมาก มีทั้งของทะเลสด ๆ และของกินมาขายเต็มสองข้างทาง ชาวบ้านต่างออกมาจับจ่ายกันในตอนเช้าเด็กนักเรียนที่กำลังเดินทางไปโรงเรียน

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa016%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa017

%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa026%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa020%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%87-%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa019


CONTACTอ.แกลง จ.ระยอง
0 3866 1720

ขอบคุณ ASAP CAR RENTAL  สำหรับรถเช่าที่เราใช้ตลอดการเดินทางตั้งแต่กรุงเทพจนถึงระยอง ทำให้เราเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและอุ่นใจจริง ๆ

 

นอนแช่น้ำ ฟังเสียงน้ำไหล ที่เขาชะเมา

นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้มาเที่ยวน้ำตก หนึ่งปีหรือสองปี ไม่ค่อยแน่ใจ แต่การเที่ยวน้ำตกยังคงเป็นสิ่งที่เราโปรดปรานอยู่ดี

น้ำตกเขาชะเมา

นานเท่าไรแล้วที่ไม่ได้มาเที่ยวน้ำตก หนึ่งปีหรือสองปี ไม่ค่อยแน่ใจ แต่การเที่ยวน้ำตกยังคงเป็นสิ่งที่เราโปรดปรานอยู่ดี ซึ่งโชคดีที่ น้ำตกเขาชะเมา ในวันนี้คนไม่เยอะเท่ากับวันหยุด ราวกับว่าน้ำตกนี้เป็นของเรา

โดยระหว่างทางที่เราเดินไปข้างหน้า ขนาบข้างด้วยต้นไม้ใหญ่ อากาศกำลังเย็นสบาย เราชอบน้ำตกตรงที่ยิ่งก้าวฝีเท้าไปข้างหน้ามากเท่าไร ก็จะได้ยินเสียงน้ำตกชัดเจนยิ่งขึ้น
เหมือนเป็นสัญญาณบอกว่าจุดหมายนั้นอยู่อีกไม่ไกล

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2004

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2032

น้ำตกเขาชะเมามีต้นกำเนิดมาจากยอดเขาชะเมา และยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำประแส แม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดระยอง น้ำตกเขาชะเมาไหลจากยอดเขาลงมาราว 3 กิโลเมตร แบ่งเป็น 8 ชั้น แต่ละชั้นมีความแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงาม ความสงบ หรือจำนวนของ ปลาพลวง (ปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำตก) ซึ่งเราสามารถพบเห็นได้แทบทุกชั้น

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2021%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2017

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2024

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2022

ความสวยงามของที่นี่นอกจากน้ำตกที่เป็นไฮไลต์แล้ว คงเป็นต้นไม้น้อยใหญ่ที่แข่งกันเติบโตอยู่สองข้างทาง บรรยากาศเย็นสบายทำให้เราสามารถเดินได้เรื่อย ๆ ยิ่งเดินไปก็ได้ยินเสียงน้ำตกชัดขึ้น จนกระทั่งเดินมาถึง วังหนึ่ง น้ำตกชั้นแรกที่เป็นเหมือนลำธารมี น้ำไหลผ่านก้อนหิน บางมุมเป็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ เหมาะกับการไปนอนแช่ มองท้องฟ้า แต่เสียดายที่เราไม่ได้เอาชุดมาเปลี่ยน เลยขอนั่งแช่เท้า ฟังเสียงน้ำไหล ปล่อยให้ตัวเองได้คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแทนแล้วกัน

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2033

%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2013%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2023

เราว่าความสุขจากการได้มาเที่ยวน้ำตก คงเป็นสิ่งนี้แหละ เพียงแค่ได้มีช่วงเวลาให้สายน้ำเย็น ๆ ชโลมกาย ปล่อยให้ธรรมชาติได้ทำหน้าที่ของมัน แล้วเราเป็นผู้เก็บความประทับใจนั้นไว้…ก็พอ

CONTACT
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา อ.เขาชะเมา จ.ระยอง
0 3889 4378ค่าเข้าอุทยาน คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาทคนต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท

CENTARA Q RESORT RAYONG เท่ ๆ สไตล์มินิมอล

ตัวเลือกแรกที่เราอยากแนะนำให้ได้ลองมานอน มากิน มาใช้บริการกันดู เพราะเมื่อคิดจะกลับมาระยองอีกครั้ง คงไม่ต้องนั่งเสียเวลาคิดแล้วว่าจะพักที่ไหนกันดี

%e0%b8%9b%e0%b8%81

เซ็นทารา คิว รีสอร์ท ระยอง คือตัวเลือกแรกที่เราอยากแนะนำให้ได้ลองมานอน มากิน มาใช้บริการกันดู
เพราะเมื่อคิดจะกลับมาระยองอีกครั้ง คงไม่ต้องนั่งเสียเวลาคิดแล้วว่าจะพักที่ไหนกันดี 

เมื่อมาถึงรีสอร์ท ความประทับใจแรกที่ได้รับคือรอยยิ้มและบริการของพนักงาน ตามมาด้วยการออกแบบอาคารที่เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเรียงซ้อนกัน บวกกับสไตล์การตกแต่งที่เน้น
ลายเส้นและมู้ดแอนด์โทนที่ดูเรียบง่าย สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ 

centara-q025centara-q086centara-q087

ห้องพักของเซ็นทารา คิว รีสอร์ท ระยอง มีทั้งหมด 41 ห้อง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ SUPERIOR OCEAN FACING ภายในตกแต่งด้วยโทนสีขาว/เทา สบายตา แสงไฟภายในห้องพักทำให้รู้สึกผ่อนคลาย และ DELUXE OCEAN FACING ห้องพักขนาดใหญ่โทนสีฟ้า/ขาว เข้ากับสีน้ำทะเลและสระว่ายน้ำที่อยู่ด้านหน้าห้องพัก

centara-q080

centara-q074centara-q004

centara-q018centara-q008

นอกจากนี้ทางเซ็นทารายังใช้ตัวอักษร Q ชื่อของรีสอร์ทมาเป็นแนวคิดในการตั้งชื่อห้องอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น QUICKSAND BEACH TERRACE ที่ให้บริการอาหารว่างเบา ๆ และเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่น ในบรรยากาศแบบเปิดโล่งสบาย โดยสามารถเลือกนั่งบนเดย์เบดหรือเตียงอาบแดดได้ QUBE POOL BAR ให้บริการเครื่องดื่มบริเวณริมสระว่ายน้ำ QUATTRO ROOFTOP LOUNGE ที่มอบวิวทะเลอ่าวไทยพร้อมให้บริการเครื่องดื่มค็อกเทล และ QZEEN เป็นห้องอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ 

centara-q098

centara-q021centara-q103

centara-q072centara-q015centara-q014

เราได้มาลิ้มรสความอร่อยของอาหารมื้อเย็นเคล้าเสียงคลื่นกันที่ Q BAR ริมสระว่ายน้ำ โดยเมนูที่เราอยากแนะนำให้ลองทานคือ ขนมปังหน้าหมู ขนมปังกรอบแบบไม่อมน้ำมัน
ผสมผสานกับความนุ่มของเนื้อหมู ตามมาด้วยเมนู แกงหมูชะมวง เป็นการนำใบชะมวง ผักพื้นบ้านที่นิยมนำมาใส่ในแกงเผ็ดเพื่อให้ได้รสเปรี้ยว แกงกับเนื้อหมูที่ตุ๋นมาจนนุ่ม ทำให้เมนูนี้ได้ใจเราไปเต็ม ๆ ก่อนปิดท้ายด้วย กุ้งผัดต้มยำแห้ง กุ้งตัวโตผัดกับเครื่องต้มยำรสชาติเข้มข้น ครบเครื่องสมุนไพร หอมกลิ่นมะกรูด ข่า ตะไคร้แบบเน้น ๆ 

centara-q064centara-q060

เราตื่นเช้ามาพร้อมกับวิวทะเลกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ท้องฟ้าสีม่วงอมชมพูย้อมสีน้ำทะเลให้เป็นสีนั้นไปด้วย ความสวยงามของธรรมชาติและความเงียบสงบของที่นี่ ทำให้เรารู้สึก
ไม่อยากกลับเลยจริง ๆ ที่นี่ต้อนรับเราตั้งแต่มาถึงด้วยรอยยิ้ม พร้อมส่งเรากลับด้วยรอยยิ้มอีกเช่นกัน เชื่อเถอะว่าใครที่มาพักผ่อนที่ เซ็นทารา คิว รีทอร์ท ระยอง จะได้รับความประทับใจกลับไป (เหมือนกับเรา) แน่นอน

centara-q090

CONTACT
หาดแหลมแม่พิมพ์ อ.แกลง จ.ระยอง
0 3865 7378
www.centarahotelsresorts.com/th/centara/crr

ตามหาหมอกแรกของปี ที่กิ่วแม่ปาน

นิทรรศการธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ตลอดระยะทางกว่า 3 กิโลเมตรบนเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน จะสวยงามขนาดไหนกันนะ..

_mg_5747

ใกล้จะหมดปีแล้วสินะ
ทำตามสิ่งที่ตั้งใจจะทำได้ครบหรือยัง
มีบางสิ่งที่เรารอที่จะได้ทำได้พบ
คือการพบเจอระหว่างเราและหมอกแรกของปี…

เราถึงทางเข้ากิ่วแม่ปานประมาณ หกโมงกว่า แดดบาง ๆ ตอนเช้า กับอากาศเย็น ๆ ทุกครั้งที่พูดจะมีควันออกจากปาก เสื้อสามชั้นที่ใส่ไว้กันหนาวจช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นมาหน่อย แต่อุณภูมิความเย็นยังคงลอดเข้ามาได้ ให้ตายเถอะ คนขี้หนาวอย่างเราแต่ชอบมาเจออากาศหนาวแบบนี้ ไม่ชินสักที 

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99001

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99005

หลังจากที่ทำธุระอะไรกันเสร็จ เราก็มุ่งหน้าไปลงทะเบียนเพื่อเข้าไปเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน การเดินในกิ่วแม่ปานนั้นจะต้องมีไกด์ทุกครั้ง ซึ่งจะเป็นชาวบ้านท้องถิ่นพาเราเดินและให้ความรู้ตลอดเส้นทาง เราเริ่มเดินตอน 07.20 น. จากจุดเริ่มต้นจะมีไม้ วางไว้เต็มไปหมด ไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ใช้พยุงระหว่างเดิน ซึ่งบอกไว้เลยว่าหยิบไปเถอะ ได้ใช้แน่นอน

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99029

อากาศข้างในเย็นและชื้นกว่าข้างนอกมาก คงเป็นเพราะต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นสูงเต็มไปหมด เดินมาได้สักพักก็เจอน้ำตกเล็ก ๆ และลำธาร มอส เฟิร์น ที่ขึ้นอยู่สองข้างทางบ่งบอกถึงความชุ่มชื้นของที่นี่ได้อย่างดี ระหว่างทางจะมีฐานให้ความรู้ทั้งหมด 21 จุด และถือเป็นจุดพักเหนื่อยไปในตัวด้วย

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99028

img_3099

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99002

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99030

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99003

หลังจากออกมาจากบริเวณป่าเราก็จะมาถึงทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ที่วิวตรงหน้านั้นคือภูเขาไกลสุดลูกหูลูกตา ความสวยงามของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เราเดินช้าลงและหยุดถ่ายรูปบ่อยมากขึ้น สีฟ้าอ่อน ๆ กับทิวเขาสีเขียว คงแบบภาพที่เราไม่ได้มาพบเห็นบ่อยนัก อากาศบริเวณนี้จะโปร่งสบายกว่าข้างในป่า ลมที่พัดมาเรื่อย ๆ ทำให้อากาศเย็นลงไปอีก 

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99020

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99011

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99012

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99014

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99013

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99021

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99007

img_3160

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99015

ช่วงเก้าโมงเราเดินกันจนใกล้ถึงทางออกจากทุ่งหญ้า คุณลุงไกด์ได้ถามกับเราว่า จะแวะไปอีกที่ไหม เป็นจุดชมวิวที่เห็นพระมหาธาตุเจดีย์ นภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ ด้วย เราตอบกันทันทีว่าไป! ทางไปชมพระมหาธาตุนั้นจะเป็นลานกว้าง ที่มองเห็นพระมหาธาตุได้อย่างชัดเจน และตอนนั้นสิ่งที่พิเศษอีกอย่างที่เราตามหาคือ หมอกแรกของปี หมอกหนาที่อยู่ตรงหน้าเหมือนรู้ว่าเรากำลังจะไป เลยมาส่งเราก่อนกลับ

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99023

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99026

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99022

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99018

ตลอดเวลาบนกิ่วแม่ปาน เหมือนเราได้มาชมนิทรรศการธรรมชาติขนาดใหญ่ ทั้งแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศ แหล่งกำเนิดสายน้ำ และอีกหลายสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นมาได้ และเสียงของธรรมชาติตลอดการเดิน เสียงลมพัดกิ่งไม้ใบไม้กระทบกัน เสียงน้ำในลำธารที่ไหลผ่าน เสียงนกร้องเหมือนกำลังพูดคุยกัน ที่ทำให้ใจของเรานั้นสงบกว่าที่เคยเป็น

%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%99019

CONTACT
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่
เปิดบริการทุกวัน 08.00-16.30 น.
เดือนธันวาคม–มกราคม
0 5328 6730, 0 5328 6728
เจ้าหน้าที่นำทางในเส้นทางกิ่วแม่ปาน 200 บาท ต่อหนึ่งกลุ่ม (ไม่เกิน 10 คน)

STARBUCKS COFFEE FARM TRIP การเดินทางที่มากกว่าการไปรู้จักแค่กาแฟ

เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับสตาร์บัคส์ ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟ

คงไม่มีใครไม่รู้จักร้านกาแฟแบรนด์ดังอย่าง สตาร์บัคส์ที่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นกาแฟที่ราคาสูงเหลือเกิน
แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับสตาร์บัคส์ ที่เป็นมากกว่าร้านกาแฟ 

เรามีโอกาสได้ไปร่วมทริปกับทางทีมงานและพาทเนอร์ของสตาร์บัคส์ ซึ่งจะได้ไปดูไร่กาแฟของสตาร์บัคส์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยเราจะได้ไปเห็นตั้งแต่ต้นกาแฟ การเก็บ คัด แยก ตาก จนถึงการคั่วกาแฟกันเลย 

เราไปกันที่ตำบลบ้านกองกาย อำเภอแม่แจ่ม ซึ่งเป็นอีกอำเภอนึงที่มีพื้นที่ปลูกกาแฟของที่นี่ ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ระยะทางร้อยกว่าโล ใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมง ทางมาหมู่บ้านนี่บอกได้ว่าโหดมาก นั่งอยู่ในรถนี่โยกเป็นเพลงร๊อคเลย ระหว่างทางมาหมู่บ้านเราพบเจอภูเขามากมาย แต่น่าเสียดายที่ภูเขาส่วนใหญ่นั้นกลายเป็นภูเขาหัวโล้นไปเกือบทั้งหมด เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่หันมาปลูกข้าวโพดกันหมด ทำให้เรานึกถึงภาพตอนที่ภูเขาเหล่านี้ยังเป็นป่าอยู่ ว่าจะสวยและอากาศดีมากขนาดไหน น่าเสียดายจริง ๆ หลังจากที่นั่งโยกกันมาได้สักพักก็มาถึงตัวหมู่บ้าน สองคืนหลังจากนี้ที่พักของเราคือบ้านของชาวบ้านนี่เอง เรียกได้ว่ามาอยู่กับชาวบ้านกันเลย

เราได้มาอยู่ที่นี่ได้มาใช้ชีวิตอยู่กับชาวบ้าน ตื่นตอนเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เสียงไก่ขันปลุกเราตั้งแต่ตีห้า ลุกขึ้นมาเตรียมกล้องเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน เรานัดรวมตัวกันที่โบสถ์ของหมู่บ้านก่อนจะเดินกันไปที่จุดชมวิวด้านหลัง บรรยากาศตรงหน้าคือภูเขาหลายลูก เรานั่งรอพระอาทิตย์ขึ้นและลุ้นว่าเช้าวันนี้จะมีหมอกหรือเปล่า หลังจากที่พระอาทิตย์เริ่มแสดงตัวออกมา หมอกบาง ๆ ก็เริ่มลอยขึ้นมากันเหมือนกัน ต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยหมอกและแสงพระอาทิตย์อ่อน ๆ

กิจกรรมที่เรามาทำร่วมกันก็จะมี คอฟฟี่เทสโดยจะมีการเทสโดยพาร์ทเนอร์ของสตาร์บัคส์ทั้งสองวัน โดยใช้ ม่วนใจ๋ เบลนด์ มาเป็นตัวกาแฟเทสให้เราได้ชิมกันนั่นเอง ซึ่งคอฟฟี่เทสนั้นทำให้เรารู้ว่าเมล็ดกาแฟตัวเดียวกัน แต่อุณหภูมิน้ำต่างกัน เวลาที่ใช้ไม่เท่ากัน ก็สามารถทำให้ กลิ่น รสชาติกาแฟเปลี่ยนได้ ความสนุกของ คอฟฟี่เทสอีกอย่างคือ ขนมที่นำมากินกับตัวกาแฟ กาแฟแต่ละชนิดก็จะมีขนมที่ช่วยเสริมรสชาติของกาแฟให้กลมกล่อมแตกต่างกันด้วยนะ

นอกจากนั้นเรายังได้ไปช่วยพัฒนาโรงเรียนบ้านสองธาร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่สตาร์บัคส์ กับทาง องค์กรพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน (ITDP : Integrated Tribal Development Project) ก่อตั้งขึ้นมาร่วมกัน เพื่อให้เป็นโรงเรียนศูนย์กลางของทั้งสองหมู่บ้าน คือหมู่บ้านกองกาย กับหมู่บ้านแม่ขี้มูกน้อย เราได้ไปบริจาคสิ่งของ ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ๆ ช่วงหัวค่ำก็มีการแสดงของ น้อง ๆ ที่โชว์ต้อนรับและขอบคุณทีมงานที่มาในครั้งนี้ ทั้งโชว์แสดงและการแต่งตัวแบบท้องถิ่น ที่ถือว่าหาชมได้ยากมากในสมัยนี้ ถือว่าโชคดีมาก ๆ ที่ได้มาในครั้งนี้เลยจริง ๆ 

แต่ไม่ใช่ทางสตาร์บัคส์ก็มารับซื้อเมล็ดกาแฟจากที่นี่เฉย ๆ เท่านั้น แต่ได้ทำโครงการร่วมกับ องค์กรพัฒนาชาวเขาแบบผสมผสาน  หรือ  ITDP (Integrated Tribal Development Project) เป็นองค์กรที่ดำเนินงานโดยไม่หวังผลกำไร พัฒนากลุ่มชาวเขาทางภาคเหนือของประเทศ ทั้งเรื่องการใช้ชีวิต แหล่งน้ำ ช่วยหาและจัดส่งตัวอย่างเมล็ดกาแฟ ที่ชาวเขาเป็นคนปลูก ส่งไปขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้กับชาวเขาและมีชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย 

และเมล็ดกาแฟที่ทางสตาร์บัคส์รับซื้อไป จะนำไปผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ชื่อว่า ม่วนใจ๋ เบลนด์ ซึ่งเป็นกาแฟที่ปลูกในพื้นที่ทางภาคเหนือของไทย โดยกาแฟที่ปลูกจะไม่มีการใช้สารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ยากำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมี เป็นกาแฟที่ปลูกใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ตามธรรมชาติ เป็นการทำไร่กาแฟที่มีลักษณะกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติและไม่มีการตัดไม้ทำลายป่า และยังสอดคล้องกับทาง ITDP ที่ชักชวนให้ชาวบ้านเลิกทำไร่ข้าวโพดแล้วหันมาปลูกป่ากันมากขึ้น รวมถึงกระบวนการทุกอย่างก็จะทำโดยชาวบ้าน ยกเว้นกาแฟที่ทางสตาร์บัคส์จะซื้อเพื่อนำไปคั่วเอง แต่เมล็ดกาแฟที่เหลือก็จะถูกนำมาคั่วและผลิตออกมาเป็นแบรนด์ที่ทาง ITDP ดูแลด้วยเหมือนกัน

BAREFOOOT RECOMMEND

กาแฟม่วนใจ๋ เบลนด์
ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนระหว่างสตาร์บัคส์ กับชาวไร่กาแฟในประเทศไทย

สตาร์บัคส์ ม่วนใจ๋ เบลนด์ เป็นการผสมผสานระหว่างเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้าชั้นดีจากประเทศไทยและหมู่เกาะอื่น ๆ ในเอเชียแปซิฟิก มีรสชาติหนักแน่น นุ่มลึก และสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและกลิ่นไอดินธรรมชาติ

คำว่า “ม่วนใจ๋” เป็นภาษาคำเมือง ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นภาคเหนือที่ยังคงใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีความหมายว่า “ความสุขอย่างเต็มเปี่ยม” โดยชื่อนี่นั้นได้มาจากแรงบันดาลใจของพาร์ทเนอร์ของทางสตาร์บัคส์เองอีกด้วย

กาแฟสตาร์บัคส์ ม่วนใจ๋ เบลนด์ เป็นกาแฟพิเศษที่มีวางจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ประเทศต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิก อาจมีวางจำหน่ายเฉพาะบางฤดูกาล และมีจำหน่ายในเว็บไซต์สตาร์บัคส์ในประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

รายได้ทุก 5% จากการจำหน่ายกาแฟ ม่วนใจ๋ เบลนด์ ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเอเชีย จะนำไปใช้ในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือให้ดีขึ้น

วิธีการชงกาแฟ ม่วนใจ๋ เบลนด์ ให้อร่อย

การชงกาแฟม่วนใจ๋ เบรนด์ หรือกาแฟชนิดอื่น ๆ ให้อร่อยนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องชงกาแฟเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับส่วนประกอบสำคัญ 4 อย่างด้วยกัน คือ สัดส่วนการชงกาแฟ การบดกาแฟ น้ำ และความสดของเมล็ดกาแฟ โดยสตาร์บัคส์จะคัดสรรเฉพาะเมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้าชั้นดี ที่ปลูกที่ความสูง 900-1500 เมตรขึ้นไป โดยถ้าเรารู้ถึงองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 4 อย่างที่สำคัญนี้แล้ว ก็สามารถชงกาแฟอร่อย ๆ ด้วยเครื่องชงกาแฟแบบ Coffee Press แบบ Home Brewer ได้เองที่บ้านอีกด้วย 

 

ตกดึกคืนสุดท้ายเราก็มีปาร์ตี้ ปิ้ง ย่าง ของกิน เล่นดนตรีร้องเพลงกัน นั่งคุยถึงสองวันที่ผ่านมาว่าแต่ละคนรู้สึกยังไง ได้รับอะไรกลับไปบ้าง ส่วนตัวเราเองบอกได้เลยว่าประทับใจมาก ๆ เพราะเคยไปช่วยเด็กตามชายแดนมาบ้างก็จริง แต่ก็ไปเพียงแค่ครั้งนั้น แต่ทางสตาร์บัคทำแบบต่อเนื่อง ทั้งด้านการพัฒนาและช่วยเหลือ ไม่ได้หวังเพียงผลประโยชน์อย่างเดียว จากที่เคยรู้สึกว่ากาแฟสตาร์บัคส์เป็นเรื่องที่อยู่ไกลตัว อาจเพราะราคาแพง ดูไฮโซ แต่หลังจากที่ได้มาความคิดนั้นก็เปลี่ยนไปเลย

ความจริงสตาร์บัคส์ก็เป็นกาแฟแบรนด์นึง แต่ไม่ได้เป็นแค่ร้านกาแฟ เป็นเหมือนองค์กรที่พัฒนาและคอยช่วยเหลือชาวบ้านชาวเขาอยู่อย่างสม่ำเสมอ และมีการดูแลอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นสาขาหลังสวน โดยรายได้ 10 บาทจากการขายเครื่องดื่มสตาร์บัคส์ทุกแก้ว ในร้านกาแฟสตาร์บัคส์สาขาหลังสวน กับรายได้ 5 เปอร์เซ็นต์จากการขายกาแฟม่วนใจ๋ ทั่วประเทศ ให้แก่ ITDP ในการพัฒนาชุมชนชาวไร่กาแฟทางภาคเหนือต่อไป

กลับมาจากทริปในครั้งนี้เรียกได้ว่าอิ่มท้องละยังอิ่มใจอีกด้วย ทั้งความรู้และมิตรภาพใหม่ ที่มอบให้กัน เป็นการเดินทางที่ดีอีกครั้งหนึ่ง เราเชื่อเสมอว่าทุกการเดินทางจะมีเรื่องราวดี ๆ มอบให้เราเสมอ อย่างน้อยแค่ได้เริ่มเดิมทางนั่นก็คือเรื่องราวที่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิตเราแล้วล่ะ

เที่ยวแบบสบาย ๆ ไปกับ OLYMPUS PEN E-PL8

อยากพกกล้องไปเที่ยวแต่ไม่อยากหนักกระเป๋า ลองมาดูกล้องที่เราพกไปเที่ยวกันในครั้งนี้ดีกว่า นอกจากไม่หนักกระเป๋าแล้วยังตอบสนองความต้องการในการถ่ายได้ดีอีกด้วย

เวลาออกไปเที่ยวทั้งที ก็อยากพกกล้องเล็ก ๆ ไปบ้างหลังจากที่ต้องแบกกล้องหนัก ๆ มาตลอด โชคดีที่ทริปที่เรากำลังจะไปนั้น ทาง OLYMPUS ผู้สนับสนุนใจดีให้กล้อง OLYMPUS PEN E-PL8 มาให้เราได้ใช้กัน แรกพบที่ได้เจอได้สัมผัสกับเจ้ากล้องตัวนี้นั้น บอกเลยว่าถูกชะตามากตั้งแต่เห็น รูปทรงที่ดูเรียบง่าย วินเทจแต่กลับหรูหราไปในตัว และมีความเป็นเอกลักษณ์ตามสไตล์ของโอลิมปัส เรียกได้ว่านอกจากจะเป็นกล้องถ่ายรูปแล้วยังเป็นพรอบที่ดูดีไปอีก และความสามารถของกล้องตัวนี้ก็ตอบสนองการใช้งานของเราได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นจอภาพ 3 นิ้ว ทัชสกรีนแบบพลิกลง เหมาะกับการไปเที่ยวแล้วอยากที่จะเซลฟี่มาก ไหนจะความละเอียดถึง 16.1 ล้านพิกเซล กล้องตัวเล็กแค่นี้ยังให้ความละเอียดมาเต็มเปี่ยม ถ่ายวีดีโอแบบ Full HD ก็ได้อีก และลูกเล่นต่าง ๆ อีกมากมาย เรียกว่าพกไปตัวเดียวอยู่หมัดแน่นอน ที่สำคัญ มีไวไฟ ถ่ายปุ๊ปส่งเข้ามือถืออัพเดทกันตอนนั้นได้เลยอีกด้วย

สถานที่ที่เราจะพากล้อง OLYMPUS PEN E-PL 8 ไปด้วยกันคือ หมู่บ้านกองกาย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ออกจากกรุงเทพกันตั้งแต่เช้ามืด ตอนอยู่บนเครื่องบินก็หยิบกล้องออกมาเก็บภาพกันหน่อย พอถึงเชียงใหม่เราก็นั่งรถกันต่อระหว่างทางก็ถ่ายรูปเรื่อย ๆ ซึ่งขนาดอยู่บนรถที่กำลังขับ ก็สามารถถ่ายได้สบาย ๆ 

พอถึงหมู่บ้านก็ออกไปเดินเล่นในหมู่บ้าน หมู่บ้านที่อยู่บนเขาไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ร้อยกว่ากิโล ดูวิถีชีวิตของชาวบ้านชาวเขา เจอเด็ก ๆ ที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน ผู้คนในหมู่บ้านที่ใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย 

เราตื่นแต่เช้าเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้น และก็ไม่ลืมที่จะหยิบกล้องออกไปถ่ายรูปกันด้วย แค่ลุกมาแล้วหยิบกล้องออกไปตัวเดียวจบไม่ต้องพกเลนส์อะไรไปมากมาย เพราะแค่เลนส์คิทช่วง 14-42 mm. ก็เพียงพอแล้ว และความประทับใจอีกอย่างคือต่อให้ถ่ายในที่ที่แสงน้อยก็ไม่มีปัญหา เพราะเราสามารถปรับ iso ไปได้ถึง 25600 กันเลย

หลังจากนั้นเราก็ได้ไปกันที่โรงเรียนบ้านสองธาร ด้วยหน้าตาของกล้องที่ดูเป็นมิตรทำให้ดึงดูดเด็ก ๆ มากขึ้น และการที่จอกล้องพับลงมาได้ทำให้เราเซลฟี่กับเด็ก ๆ ได้ไม่ยาก และถ่ายมาเยอะมากเช่นกัน (ฮา) เรียกได้ว่าความน่ารักและทะเล้นทะลุจอกล้องกันแน่นอน

ก่อนที่เราจะกลับเข้าตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อกลับกรุงเทพ ระหว่างทางเราได้แวะน้ำตกวชิรธารและก็เจอกับต้นซากุระเมืองไทย หรือพญาเสือโคร่ง อดไม่ได้ที่จะแวะถ่าย ซึ่งเจ้ากล้องตัวนี้ก็ทำให้เราประทับใจมากอีกเช่นกัน ด้วยฉากหลังที่ละลายสวยซะนึกว่าใช้กล้อง DSLR ถ่ายกันมาเลย และอีกอย่างที่ชอบในกล้องนี้คือ ส่วนตัวเวลาถ่ายเป็นคนชอบโฟกัสแบบแมนนวล

ซึ่งให้อารมณ์ฟุ้ง ๆ เบลอ ๆ ไม่ชัดบ้างในบางรูปที่เรารู้สึกว่ารูปนี้ให้มันเบลอ ๆ น่าจะสวยกว่า ซึ่งก็ทำมาได้ประทับใจสุด ๆ ก่อนจะลาเพื่อกลับกรุงเทพ ก็ทันพระอาทิตย์ตกดิน ถึงแม้จะยังอยู่บนรถก็ตาม แต่ถือว่าเป็นการจบทริปที่ประทับใจมาก เพราะได้ทั้งภาพสวย ๆ กลับไป และที่สำคัญไม่หนักกระเป๋าเพราะต้องแบกกล้องหนักอีกด้วย เย้!



SPECIAL THANKS

GET LOST IN PHUKET OLD TOWN DEEPLY FORGET THE SEA

มาเมืองเก่าภูเก็ตแล้วทั้งที ลองมาดูกันซิว่า เราจะสามารถเดินเที่ยว (กิน) ได้ทั้งวันนั้นน่ะ…จะจริงสักแค่ไหน!

_him0752

เดินเที่ยวเมืองเก่าภูเก็ต แบบไม่ง้อทะเล

บรรยากาศยามเช้า ถนนหนทางดูไม่พลุกพล่านอย่างที่เคย ช้อนกาแฟอะลูมิเนียมถูกแกว่งไปมาในแก้วใบใสที่มีชาร้อนบรรจุอยู่ครึ่งแก้ว กระทั่งเสียงของบังดลที่กำลังมือเป็นระวิงอยู่เหนือกระทะโรตีลอยมาที่โต๊ะอาหาร “ส่วนใหญ่คนมาเที่ยวที่นี่กันแค่ 2 ชั่วโมง ทั้งที่จริง ๆ สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งวัน” ตอบคำถามที่ว่า “เมืองเก่าภูเก็ตมีอะไรน่าสนใจบ้าง”

ก่อนที่แกจะเล่าต่อไปว่า “แถวนี้เริ่มบูมจากซอยรมณีย์ ที่มีการทาสีตึกใหม่ให้มีสีสัน ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มเยอะขึ้น มีผับ บาร์ ร้านกาแฟ ร้านอาหารมาเปิด แล้วยิ่งดีขึ้นอีกตอนที่เขาเอาเสาไฟลงดินเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว ทัศนียภาพก็เลยสวยขึ้น ถ่ายรูปกันออกมานี่เรียกว่าดูดีเลยล่ะ”

เอาล่ะสิ! จากที่เคยคิดว่าภูเก็ตมีดีแค่ชายหาดสวย ๆ น้ำทะเลใส ๆ ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ แล้วลองออกเดินสำรวจ (อดีต) ย่านการค้าแห่งนี้ ที่ปัจจุบันมีสถานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และร้านอาหารมากมายพ่วงท้ายเข้าไปด้วย แล้วไหน ๆ ก็มาอยู่ที่เมืองเก่าภูเก็ตแล้วทั้งที ลองมาดูกันซิว่า ที่บังดลบอกว่าเดินเที่ยว (กิน) ได้ทั้งวันนั้นน่ะ… จะจริงสักแค่ไหน!

ภูเก็ตมุสลิม

%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1001%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%87%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1004

เริ่มต้นกันด้วยมื้อเช้าแบบชาวภูเก็ต ที่มีให้เลือกทานกันถึง 3 สไตล์ โดยแบบแรกน่าจะถูกใจคนชอบทานอาหารแขก เพราะอย่างที่ทราบกันว่าภาคใต้ของไทยนั้น มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ไม่น้อย ซึ่งบังดล เจ้าของร้าน ภูเก็ตมุสลิม หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในชื่อ โรตีน้ำแกงแถวน้ำ ก็เป็นหนึ่งในนั้น

โดยจุดเด่นของที่นี่ ซึ่งเปิดขายมายาวนานถึง 70 ปี อยู่ที่การใช้เตาถ่านในการทอดแป้งโรตี รสชาติที่ออกมาจึงหอมหวานผิดกับที่อื่น อีกทั้งยังมีน้ำแกงให้เลือกทานหลากหลายทั้งแกงเนื้อ แกงไก่ มัสมั่นเนื้อ มัสมั่นไก่ และแกงปลา ยิ่งได้ทานคู่กับไข่ดาว ที่ถือเป็นไฮไลต์ของที่นี่ด้วยแล้ว ก็ยิ่งอร่อยล้ำเป็นที่สุด!

CONTACT
แยกแถวน้ำ
ทุกวัน เวลา 06.45-12.00 น.
0 7621 0061, 08 7471 8249

บุญรัตน์ติ่มซำ

%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b30012%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%8b%e0%b8%b3001

นอกจากชาวมุสลิมแล้ว ในย่านเมืองเก่าภูเก็ตยังมีชาวจีนอาศัยอยู่ไม่น้อย และไม่ว่าที่ไหน ๆ สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์อยู่คู่กับชุมชนชาวจีน คงหนีไม่พ้นเรื่องของอาหารการกินซึ่งสำหรับที่นี่ ติ่มซำดูจะเป็นอาหารยอดนิยมของคนท้องถิ่น โดยเฉพาะกับ บุญรัตน์ติ่มซำ ที่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเปิดขายมาต่อเนื่องมานานกว่าร้อยปี

และสิ่งที่ทำให้ร้านนี้สามารถมัดใจลูกค้าได้อย่างอยู่หมัดก็คือ ความซื่อสัตย์ในการทำแต่ละเมนูเองในทุกขั้นตอน ไม่ใส่ผงชูรส และสดใหม่ในทุกวัน อีกทั้งยังมีทีเด็ดอยู่ที่น้ำจิ้มทั้งแบบเผ็ด แบบหวาน (ตี่เจียว) และซอสเปรี้ยว (ชิกโฉว่) ขณะที่ขนมจีบหมู ขนมจีบกุ้ง ฮะเก๋า ก๋วยเตี๋ยวหลอด และเกี๊ยนทอด (ทำจากหมู กุ้ง และเห็ดหอม ซึ่งคนจีนนิยมทำขึ้นสำหรับไหว้บรรพบุรุษ) คือ 5 เมนูยอดฮิตของที่นี่ จำหน่ายในราคาเริ่มต้นเพียง 12 บาทเท่านั้น

CONTACT
สาขา 1 ถนนบางกอก สาขา 2 ถนนดิลกอุทิศ
และสาขา 3 ถนนเจ้าฟ้า (หน้าโรงเรียนดาวรุ่ง)
ทุกวัน เวลา 06.00-10.30 น.
0 7621 2034, 0 7621 0897
www.boonratdimsum.com

CAFE’IN THAIHUA MESEUM

cafein-thaihua-meseum001cafein-thaihua-meseum005cafein-thaihua-meseum007

าเฟ่ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไชนีส แต่พอพูดถึงจีน หลายคนอาจจะนึกถึงสีแดงหรืออะไรที่ดูเป็นเอเชียจ๋า แต่ที่นี่กลับไม่ใช่อย่างนั้น เพราะการตกแต่งภายในด้วยโทนสีเทาดำ
ประดับด้วยภาพถ่ายเอกรงค์ของเมืองเก่าภูเก็ต แซมด้วยตุ๊กตาปูนปั้นทหารจิ๋นซี และภาพวาดสีน้ำมันรูปศาลเจ้า ก็สามารถสื่อถึงความเป็นจีนสมัยใหม่ได้ไม่เลวทีเดียว

สำหรับที่มาของ คาเฟ่ อิน ไทยหัว มิวเซียม เป็นการร่วมทุนกันของกลุ่มเพื่อน 8 คน ที่มีหน้าที่การงานแตกต่างกันออกไป ทั้งคนทำเบเกอรี่ อสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก และกราฟิกดีไซน์ ที่นี่จึงเปรียบเสมือนการรวมหัวกะทิแต่ละด้านเข้าไว้ด้วยกัน จึงโดดเด่นทั้งการออกแบบร้านและเมนูเครื่องดื่ม ซึ่งมีมอคค่าเฟรเป้ และ ฮันนี่จิงเจอร์ เป็นเมนูแนะนำ ขณะที่ขนมหวาน อยากให้ลอง เค้กทาร์ตมะม่วง ที่กลิ่นหวานหอมอ่อน ๆ ของมะม่วงสุกนั้น สามารถช่วยเติมพลังในช่วงก่อนเที่ยงได้ไม่เลวเลยทีเดียว

CONTACT
ถนนกระบี่
ทุกวัน เวลา 10.00-20.00 น.
08 3106 7219

โอวเอ๋วโกโรธ

%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%98001%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%8b%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%98004

ท่ามกลางอากาศร้อนในช่วงบ่าย ๆ แบบนี้ คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการดับร้อนด้วยการทาน โอวเอ๋ว ของหวานพื้นเมืองภูเก็ต ที่มีหน้าตาคล้ายวุ้นอีกแล้ว โดยโอวเอ๋วต่างกับวุ้นตรงที่ทำจากกล้วยน้ำว้าสุก รับประทานกับถั่วแดง เฉาก๊วย ก่อนจะราดด้วยน้ำแข็งไส น้ำเชื่อม และน้ำแดง…ช่างเย็นชื่นใจดีนักแล

CONTACT
ถนนเทพกะษัตรี แยกแถวน้ำ
ทุกวัน เวลา 10.00-17.00 น.
0 7621 5406, 08 7270 0947

JUICE RAW

juice-raw002juice-raw004juice-raw016

สำหรับใครที่ไม่นิยมดื่มกาแฟ จูซ รอว์ บาร์น้ำผลไม้น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ด้วยการตกแต่งร้านในสไตล์ลอฟต์ ที่ประตูไม้สีเขียวพาสเทลกรอบสีขาวช่างดึงดูดตาเสียเหลือเกิน ในขณะที่ไฟสีส้มด้านในถูกเปลือยให้เห็นอย่างจงใจ และผนังด้านหนึ่งก็ถูกประดับประดาไปด้วยกรอบรูป ภาพถ่าย และภาพเขียนจำนวนมาก

เมนูแนะนำของที่นี่เป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง กับทั้ง FRESH WHEATGRASS JUICE BUA-BOK PASSION ที่มีส่วนผสมของต้นอ่อนข้าวสาลี ใบบัวบก กล้วย ขิง เสาวรส ปั่นรวมกับโยเกิร์ต และ HANGOVER เครื่องดื่มที่ประกอบด้วยส้มโอ แอปเปิลเขียว ขิง ตะไคร้ บีทรูท สับปะรด และใบบัวบก นอกจากนั้นก็ยังมีโฮมเมดไอศกรีมแอนด์วาฟเฟิล
รสน้ำผึ้งชินนามอนและชาเขียว รวมถึงบรูสเชตต้าและสปาเก็ตตี้เป็นเมนูที่หนักท้องขึ้นมาหน่อยให้ได้เลือกทานกันอีกด้วย

CONTACT
ถนนเยาวราช
ทุกวัน เวลา 10.00-21.00 น.
09 2020 2315

CHINO @ CAFÉ GALLERY

chino-cafe-gallery014chino-cafe-gallery008chino-cafe-gallery002

ร้านกาแฟอีกหนึ่งร้าน ที่น่าจะถูกใจคนรักธรรมชาติ (อย่างมาก) เพราะด้วยคอนเซปต์ ECO SLOW GREENco ที่ คุณอร-อรอุษา พรหมณะ เจ้าของร้าน ชิโน แอท คาเฟ่ แกลเลอรีถึงกับยืนยันด้วยตัวเองเลยว่า “คุณจะพบกับคาเฟ่สไตล์นี้ได้ที่นี่ที่เดียวในจังหวัดภูเก็ต”

การตกแต่งร้านเน้นหนักไปทางปูนเปลือยที่ถูกเสริมเข้ามาด้วยงานไม้ เพื่อไม่ให้ดูแข็งกระด้างจนเกินไป ก่อนจะเพิ่มความน่าสนใจยิ่งขึ้น ด้วยการดึงเอาขนมพื้นบ้านอย่าง เต้าส้อ มาวางในตู้ยาโบราณ รวมถึงขนมอื่น ๆ อย่างขนมพริกไทย ทองม้วน คุ้กกี้มะพร้าว คุ้กกี้ขิง ขนมหน้าแตก ที่ถูกบรรจุลงในโหลแก้วใบใส แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีแต่ขนมพื้นบ้านเท่านั้นนะเพราะไม่ว่าจะเป็นขนมเค้ก ขนมปังปิ้ง แพนเค้ก หรือมาการองก็มีเหมือนกัน เพียงแต่ไม่เอาออกมาวางให้เห็นเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าพยายามพรีเซนต์ขนมไทยแบบสุด ๆ กันไปเลย

CONTACT
ถนนถลาง
ทุกวัน เวลา 08.30-20.30 น.
08 1979 6190
[email protected]’ Gallery

BLUE ELEPHANT GOVERNOR MANSION PHUKET

blue-elephant-governor-mansion-phuket007blue-elephant-governor-mansion-phuket008

อาหารไทยในบรรยากาศสุดหรู ณ บลู เอเลเฟนท์ ภูเก็ต ที่เป็นการนำเอาคฤหาสน์หลังเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสอันเป็นมรดกตกทอดของตระกูลตัณฑวณิช (เจ้าของบ้านชินประชา)มาบูรณะตามโครงสร้างเดิมในความร่วมมือของกรมศิลปากร ซึ่งใช้เวลารวมทั้งสิ้นกว่า 2 ปี และงบประมาณสูงถึง 80 ล้านบาท!

และสำหรับมื้อค่ำแบบนี้ บลู เอเลเฟนท์ดูจะได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติมากเป็นพิเศษ นั่นอาจเป็นเพราะเสน่ห์ของรสชาติอาหารแบบไทย ๆ โดยเฉพาะเมนูแนะนำ อย่าง ช่อม่วงแป้งนึ่งสีม่วงจากดอกอัญชันสอดไส้เนื้อไก่บดให้รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ยำมะเขือม่วงดอยคำ ผักสดใหม่จากโครงการหลวงยำรวมกับกุ้งและหอยเชลล์ช่างแซบเหลือหลายและ แกงมัสมั่นแกะ แกะนิวซีแลนด์เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นเครื่องแกงมัสมั่น ทานกับข้าวสวยร้อน ๆ เป็นความลงตัวที่ปิดท้ายอาหารมื้อนี้ได้อย่างสุดแสนพิเศษ

CONTACT
ถนนกระบี่
ทุกวัน เวลา 09.00-23.00 น.
0 7635 4355
www.blueelephant.com/phuket

ก่อนที่จะล้มตัวลงนอน ผมมองดูนาฬิกา ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า ๆ
นึกย้อนดูแล้ว คงต้องขอขอบคุณบังดลสำหรับแรงบันดาลใจดี ๆ
ที่ทำให้รู้ว่า “เมืองเก่าภูเก็ต เดินเที่ยว (กิน) ได้ตลอดทั้งวัน” นั้น…ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!

GOLDEN BUDDHA BEACH RESORT ปลดเปลื้องความคิดกับเพื่อนสนิทที่ชื่อธรรมชาติ

ที่พักสำหรับคนรักธรรมชาติภายใต้คอนเซปต์ ECO-FRIENDLY

ทุกวันนี้เราเร่งรีบจนลืมมองในหลายสิ่ง ลืมมองความงดงามของดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับฟ้า  ลืมสูดกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าปลิดปลิวพลิ้วไหว ลืมค้นเรื่องราวในใจยามได้อยู่ใกล้ทะเล 

ทั้งหมดที่ว่ามาเราคงไม่มีทาง ลืม หากได้มาซุกตัวอยู่ที่ โกลเด้น บุดดา บีช รีสอร์ท เกาะพระทอง จังหวัดพังงา รีสอร์ทที่จะพาเราไปค้นหาความงดงามของชีวิต

โกลเด้น บุดดา บีช รีสอร์ท เป็น ทั่วทุกตารางนิ้วของรีสอร์ทอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและความอุดมสมบูรณ์ของชายหาดและผืนป่า สิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหลายที่ทำให้การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมลดลง…ถูกตัดออกไป ทั้งโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ สระว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่งสัญญาณ Wi-Fi! เป็นการใช้ชีวิตโดยการเบียดเบียนธรรมชาติได้น้อยมากจริง ๆ

mzg_9171

สไตล์ห้องพักของที่นี่เป็นแบบบ้านพักตากอากาศ ส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้ยกสูง ตกแต่งในสไตล์ไทยโมเดิร์น ให้ความรู้สึกโปร่งสบาย โดยครั้งนี้เราเลือกพักในบ้านที่มีชื่อแสนน่ารักว่า TAMARIND หรือบ้านมะขาม เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นแบบไทยประยุกต์ มีห้องนอนเล็ก 1 ห้องที่ชั้นล่าง ชั้นบนมีชานไว้สำหรับนั่งพักผ่อน พร้อมห้องนอนใหญ่อีก 1 ห้อง ยามค่ำคืนก็นอนรับลมฟังเสียงคลื่น เพียงเท่านี้ก็บรรเทาความเหนื่อยล้ากับชีวิตของเราได้แล้ว

img_1436

img_1460

img_1453

มาถึงพื้นที่ส่วนกลางของรีสอร์ท แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คืออาคารต้อนรับที่ทำหน้าที่เป็นร้านขายของที่ระลึกในตัว และคลับเฮาส์ 2 ชั้น ซึ่งเป็นทั้งพื้นที่สันทนาการ ห้องอาหาร และบาร์ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 5 ทุ่ม ให้เราได้รับประทานอาหารเช้า จิบกาแฟยามบ่าย ดินเนอร์ตอนพลบค่ำ และละเลียดค็อกเทลในช่วงดึก สิ่งที่น่ารักคือการใส่ใจสิ่งแวดล้อม แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างหลอด ที่นี่เขายังใช้หลอดกระดาษแทนพลาสติก เพื่อการย่อยสลายที่ง่ายกว่านั่นเอง

img_1428

img_9260img_9267

mzg_9213

mzg_9251

ด้านกิจกรรมที่โกลเด้น บุดดา จะเน้นไปในทางสุขภาพและธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสปา นวดแผนไทย โยคะ หรือแม้แต่การนั่งรถโฟร์วีลชื่นชมกับธรรมชาติอันแปลกตารอบ ๆ เกาะ

img_9370

img_9392

mzg_9170

ผู้ที่แสวงหาความสงบสุขในชีวิต นิยมการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ ต้องบอกเลยว่าโกลเด้น บุดดา บีช รีสอร์ท แห่งนี้ คือสิ่งที่คุณปรารถนาอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องวางแผนล่วงหน้านานสักหน่อย เพราะทางรีสอร์ทเปิดให้บริการเพียงปีละ 6 เดือนเท่านั้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน เพื่อเป็นการรักษาสมดุลของธรรมชาตินั่นเอง

Info: การเดินทางมายังรีสอร์ทให้มาขึ้นเรือหางยาวที่ท่าเรือคุระบุรี(แพปลา) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง 

จำนวนห้องพัก 27 หลังราคาเริ่มต้น 2,700 บาท

CONTACTต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา08 1892 2208 www.goldenbuddharesort.com