ART & CULTURE

อุทัยทางนี้ เที่ยวอุทัยธานีในเเบบ วันธรรมดาน่าเที่ยว

จังหวัดเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ จนคุณต้องหลงรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยล่ะ… อุทัยทางนี้ !

นอกจากมุกตลกแบบฮากริบของรุ่นพี่ที่ชอบเอามาถามว่า จังหวัดไหนมีป้ายบอกทาง? แล้วคำตอบคือ อุทัยทางนี้ ซึ่งมักก็ตามมาด้วยเสียงแอร์หึ่ง ของบรรยากาศในห้องทำงาน เราก็แทบไม่ค่อยจะได้ยินชื่อของจังหวัดนี้ในฐานะเมืองท่องเที่ยวสักเท่าไหร่ แต่ไม่รู้ว่าด้วยความบังเอิญหรือพรหมลิขิต ทำให้เรามีโอกาสได้ไปทำความรู้จักจังหวัดแห่งนี้ แถมไปในวันธรรมดาที่หวังไว้ลึก ว่าคงมีอะไรไม่ธรรมดาให้ได้จดจำ เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเป็นสัญญาณให้เราโยนกระเป๋าใส่รถแล้วมุ่งหน้าสู่ อุทัยธานี นครแห่งความสุข

ความสุขในวันวานบนอานจักรยานคันโปรด

ทันทีที่มาถึง เราและเพื่อนก็พร้อมทวงคืนความทรงจำในวัยเด็ก สายลมปะทะใบหน้าขณะที่เท้ากำลังปั่นจักรยานคันน้อย เหมือนเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความสุขให้กับการสำรวจอุทัยธานีครั้งนี้ ซึ่งจังหวัดแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็นเมืองที่มีเส้นทางปั่นจักรยานมากถึง 3 เส้นทาง เริ่มที่ เลาะเลียบสะแกกรัง 2.8 กิโลเมตร เหมาะสำหรับนักปั่นมือใหม่มีเวลาน้อยที่อยากเรียนรู้วิถีชีวิตริมแม่น้ำสะแกกรัง และระยะไกล 16.2 กิโลเมตร เรียนรู้วิถีชีวิตชาวเกาะ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวเกาะเทโพ พื้นที่ทางการเกษตรที่สำคัญของชาวเมืองอุทัยแบบเจาะลึก

INFO ชาวบ้านบนเกาะเทโพประกอบอาชีพทำสวนส้มโอ มีทั้งพันธุ์มโนรมย์และขาวแตงกวา นอกจากนั้นบนเกาะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์โอทอปขึ้นชื่อ ทั้งกลุ่มแม่บ้านปลาแปรรูปเกาะเทโพ กลุ่มทำมีดจากเหล็กกล้า และกลุ่มจักสานไม้ไผ่

ส่วนเส้นทางที่เราเลือกปั่นในวันนี้คือ เส้นทางลัดเลาะเกาะเทโพ ระยะทาง  8.1 กิโลเมตร ซึ่งจะทำให้คุณได้เรียนรู้ธรรมชาติและพืชพรรณของชาวเกาะเทโพแบบใกล้ชิด จุดเริ่มต้นอยู่ที่ บึงพระชนก บึงน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดสู่ วัดอุโบสถาราม (วัดโบสถ์) วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำสะแกกรัง แม้เส้นทางจะยาวไกลแต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย อาจเพราะสองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยนาข้าวเขียวขจี มีชาวนาคอยส่งยิ้มทักทาย บวกกับอากาศในยามเช้าที่กำลังเย็นสบายแบบนี้ เห็นแล้วแทบจะวิ่งลงไปนอนเล่นสัมผัสต้นข้าวที่กำลังเติบโต คนกรุงอย่างเราล่ะอดอิจฉาชาวเมืองอุทัยฯ ไม่ได้จริง ๆ เพราะถนนสายนักปั่นแห่งนี้สามารถปั่นได้อย่างสบายใจทั้งมือใหม่ มืออาชีพ เพราะรถรานั้นน้อยเสียเหลือกัน นี่อาจเป็นผลพวงมาจากการที่เราเลือกมาเที่ยวกันในวันธรรมดา (น่าเที่ยว) ทำให้ถนนทั้งสายดูเหมือนว่าจะเป็นของพวกเราเสียแล้ว ว่าแล้ว…เราก็ขอลืมเมืองหลวงกันสักครู่แล้วอ้าปากร้องเพลงกันให้สบายใจริมท้องนาแบบนี้ดีกว่า

INFO ผู้สนใจสามารถเช่าจักรยานได้ที่ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอุทัยธานี พร้อมขอแผนที่เกาะเทโพและตัวเมืองอุทัยธานี โทร. 0 5651 1991, 086 214 2505

ฝากท้องไว้ที่ตลาดเช้าริมน้ำ

จากจุดสุดท้ายของการปั่นจักรยานที่วัดโบสถ์ เราปั่นข้ามสะพานมายังห้องครัวของอุทัยธานีซึ่งคราวนี้ถือโอกาสมาเยือนครัวใหญ่ของจังหวัดที่ ตลาดเช้าริมแม่น้ำสะแกกรัง ห้องครัวที่เต็มไปด้วยของอร่อย ยามเช้าแบบนี้ครึกครื้นยิ่งกว่าสยามพารากอนวันเสาร์อาทิตย์ ทั้งแม่ค้าลูกค้าพูดคุยกันจนคิดว่ามีงานปาร์ตี้ ที่เราสังเกตเห็นในเช้านี้คือ รอยยิ้มอย่างมีความสุขของคนท้องถิ่นที่ไม่ต้องเร่งรีบแข่งขันกับใคร 

แต่ที่ดูจะชัดเจนกว่านั้นคงหนีไม่พ้นผักสดริมรั้วหลากชนิด รวมไปถึงปลาแม่น้ำสด ๆ จากแม่น้ำสะแกกรัง ไม่ว่าจะเป็นปลาคัง ปลากด หรือปลาแรด ด้วยความอร่อยของเนื้อปลาทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับสมญานามว่าเป็น เมืองแห่งปลา นี่ถ้าบ้านอยู่แถวนี้คงได้ซื้อกลับบ้านเป็นแน่แท้ แต่วันนี้เรามาในฐานะผู้มาเยือน ขอแค่เดินชมบรรยากาศน่ารัก ๆ พร้อมหาอะไรรองท้องก่อนตะลุยเมืองอุทัยกันอย่างจริงจังดีกว่า

หน้าผ่องใส ใจสะอาด

นอกจากอากาศดีจะทำให้สุขภาพดีแล้ว เมืองอุทัยธานีแห่งนี้ยังเต็มไปด้วยวัดวาอารามที่วิจิตรตระการตา หากได้มาเยือนแล้วแวะให้ครบทุกวัด หน้าตาคงผ่องใสกันเป็นแน่แท้ แต่ละวัดมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน หากคุณอยู่บริเวณตลาดเช้าแล้ว เราขอพาย้อนกลับไปที่ วัดอุโบสถาราม (วัดโบสถ์) วัดเก่าแก่คู่เมืองอุทัยธานีมาช้านาน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามกับตลาดเช้า ภายในโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงาม ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ผสมผสานศิลปะสมัยต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งพระอุโบสถ วิหาร เจดีย์สามสมัย และมณฑปแปดเหลี่ยม ล้วนแต่มีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี 

ส่วนใครชอบออกกำลังกันสักหน่อย เราแนะนำให้ไปเยือน วัดสังกัสรัตนคีรี วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง นับเป็นจุดสูงที่สุดของตัวเมือง โดยผู้มีจิตศรัทธาต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดเพียง 449 ขั้น (เท่านั้นเอง!) ก็จะได้สักการะ รอยพระพุทธบาทจำลอง และ พระบรมรูปสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกนาถ รูปหล่อของพระบรมราชชนกหรือพ่อของรัชกาลที่ 1 แห่งราชวงศ์จักรีเรานี่เอง ซึ่งรับรองได้เลยว่าเมื่อคุณได้เห็นวิวของจังหวัดอุทัยธานีจากจุดสูงสุดของวัดแห่งนี้แล้วล่ะก็จะต้องหายเหนื่อยอย่างแน่นอน

ต่อกันด้วยวัดที่ว่ากันว่าอลังการไม่แพ้วัดไหนในประเทศไทย ต้องยกให้กับ วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ที่ภายในวิหารประดับด้วยโมเสกสีขาวและกระจกวิบวับไปทั้งหลัง ด้านหนึ่งประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง เป็นพระประธาน ส่วนอีกด้านเป็นที่ตั้งสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยของ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งทันทีที่เราก้าวเท้าเข้าไปภายในวิหารแก้วก็สัมผัสได้ถึงความงดงามอลังการของการตกแต่งที่ตระการตา อีกทั้งบรรยากาศที่เงียบสงบและเย็นสบายแห่งนี้ก็ทำให้จิตเราสงบขึ้นอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะ

ล่องเรือชมเกาะ

เมื่อมาเยือนศาสนสถาน สิ่งที่มักมาคู่กันก็คงเป็นการปล่อยนก ปล่อยปลา ให้อาหารสัตว์ ที่อุทัยธานีก็เช่นกัน เราได้ร่วมทำบุญให้อาหารฝูงปลาน้อยใหญ่ที่แหวกว่ายกันอยู่ในเขตอภัยทานของวัดท่าซุง หรือที่เรียกกันว่า วังมัจฉา จากที่คิดว่าจะให้อาหารปลาเพียงอย่างเดียว แต่ไหงตอนนี้ถึงได้มานั่งอยู่บนเรือนำเที่ยวชมเกาะเทโพไปเสียได้ แหม! ก็ได้ยินมาว่า เกาะเทโพ เป็นเกาะสำคัญของชาวอุทัยธานี เพียงแค่พี่ไกด์เดินมาชวนพร้อมบอกสรรพคุณอีกนิดหน่อยใจเราก็ลอยไปนั่งอยู่ในเรือแล้วจ้ะ เมื่อพี่มัคคุเทศก์ท้องถิ่นพร้อมบรรยาย เราก็พร้อมฟัง

เขาบอกว่า “วิถีชาวแพแม่น้ำสะแกกรังนั้นหาพบได้ยากในยุคปัจจุบันและถือเป็นจุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวที่นี่ ปัจจุบันมีชาวแพที่อาศัยอยู่ในสายน้ำแห่งชีวิตสายนี้กว่า 200 หลัง ทุกเรือนแพมีบ้านเลขที่และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัย ชาวบ้านที่นี่ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของวิถีชีวิตแบบชาวแพที่บ้านเรือนจะเกาะกลุ่มกันทอดยาวไปตามแนวโค้งของแม่น้ำ อาศัยความอุดมสมบูรณ์ของสายน้ำ ในการปลูกต้นเตยและประกอบอาชีพทำประมงน้ำจืด โดยการเลี้ยงปลาในกระชัง มีทั้งปลาสวาย ปลาแรด ปลาเทโพ โดยเฉพาะปลาแรด ของที่นี่ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องเนื้อนุ่ม หวาน อร่อยกว่าที่อื่น ไม่มีกลิ่นโคลน จนกรมประมงต้องยกให้เป็นปลาน้ำจืดประจำจังหวัด

สภาพธรรมชาติตลอดลำน้ำมีทิวทัศน์สองฝั่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักดูนกที่สามารถดูนกได้ตลอดลำน้ำ ทั้งนกกระเต็น นกยาง นกอีลุ้ม นกอีโก้ง และเหยี่ยวขาวไหล่เทา 

TIP ช่วงเวลาเหมาะสมในการล่องแม่น้ำสะแกกรังแนะนำให้เป็นช่วงเช้าตรู่ เพราะจะเห็นภาพวิถีชีวิตต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน โดยเรือที่ใช้เป็นเรือหางยาวมีหลังคา จุได้ประมาณ 10-12 คน ค่าบริการ 500 บาทต่อชั่วโมง โทร. 08 6790 9749

ผ้าทอเลื่องชื่อ

นอกจากเรื่องของเส้นทางจักรยาน วัดวาอาราม และปลารสอร่อยแล้ว เราขอปิดท้ายความทรงจำดี ๆ กันที่ ศูนย์ทอผ้าโบราณผ้าทั่ง โดยมี คุณป้าทองลี้ ภูริผล คอยให้ความรู้ ณ ที่แห่งนี้ เราได้เรียนรู้ใกล้ชิดในทุกขั้นตอนจนกลายมาเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงกันเลย ป้าทองลี้อธิบายให้ฟังอย่างภูมิใจว่า “ลายผ้าทอที่เห็นนี้เป็นลวดลายสวยงามสืบทอดกันมายาวนานถึง 300 ปี ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษชาวลาวครั่งซึ่งอพยมาจากเวียงจันทน์ มีทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้ายจากธรรมชาติ ร้อยเรียงเป็นเส้นสายถักทอลายที่มีเอกลักษณ์กว่า 500 ลาย อีกทั้งยังมีการประยุกต์ลวดลายให้ดูทันสมัยใช้ได้ทุกวัยอีกด้วย

ซึ่งนอกจากเรื่องของลายแล้วนั้น ยังใส่ใจถึงโทนสีที่ใช้ โดยเลือกใช้เฉพาะสีที่เป็นมงคลเท่านั้น สำหรับผ้าทอที่ได้รับรางวัลยูเนสโกคือ ชุดเครื่องนอนก่อนวิวาห์ อันเป็นประเพณีสืบทอดกันมาว่าก่อนแต่งงาน เจ้าสาวจะต้องทอผ้าด้วยมือ ตั้งแต่การปั่นฝ้าย ทอเป็นผืน แล้วนำมารวมเป็นชุดเครื่องนอน ก่อนจะนำส่งคุณแม่เจ้าบ่าวเพื่อพิจารณาว่าจะรับเป็นสะใภ้หรือไม่ ชุดเครื่องนอนจึงถือเป็นไฮไลต์สำคัญที่ไม่ควรพลาดชม นอกจากนี้ใครที่อยากได้ผ้าทอสวย ๆ กลับบ้านไปเป็นที่ระลึกก็มีผ้าทอประยุกต์ที่ถูกนำมาทำเป็นผ้าพันคอ กระเป๋า กระโปรง หมอน ตุ๊กตา ฯลฯ ให้ได้เลือกช้อปมากมาย

CONTACTโทร. 08 5653 9157, 08 9270 9683

TIP ร้านอาหารอร่อยเด็ดที่ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดคือ ครัวคุ้งสำเภา เป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารปลาน้ำจืดสด ๆ ที่จับมาจากแม่น้ำสะแกกรังชนิดวันต่อวันหลากหลายเมนู อาทิ ปลาแรดยำตะไคร้ ปลาค้าวน้ำปลาทอด ผัดฉ่าปลาคัง ปลาช่อนลาบน้ำตก เป็นต้น รับประกันในเรื่องรสชาติของความอร่อยด้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดอาหารประจำปี 2551 ของจังหวัดอุทัยธานี (โทร. 0 5647 3782, 08 6678 7850) ส่วนร้านขนมหวานที่ต้องไปโดนมีชื่อว่า ขนมปังสังขยาร้านไพพรรณ ขนมปังสังขยาสูตรต้นตำรับ ไส้สังขยาลาวา เปิดมานานกว่า 40 ปี ขายในราคากล่องละ 80 บาท (โทร. 0 5651 1660)

อุทัยธานี จังหวัดซึ่งไม่เคยติดอยู่ในลิสต์ที่คิดจะเดินทางไปเที่ยว แต่เพียงแค่ครั้งแรกที่ได้ไปเยือนกลับสร้างความประทับใจให้เราเป็นอย่างมาก ทั้งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ วิถีชีวิตอันแสนเรียบง่าย วัดวาอารามที่ตั้งอยู่อย่างามสง่า รวมไปถึงอาหารการกินที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นจังหวัดทางภาคเหนือที่อาหารรสชาติเข้มข้นถูกปาก ทำให้อุทัยธานีกลายมาเป็นจังหวัดติดดาวว่าต้องกลับไปเยือนอีกสักหลาย ๆ ครั้ง เเละคุณจะต้องรัก…อุทัยทางนี้ เฮ้ย อุทัยธานี อย่างเเน่นอน

SPECIAL THANKSการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ภูมิภาคภาคเหนือโทร.0 2250 4580-3

mm

Author: BAREFOOT TEAM

TAKE OFF YOUR SHOES AND BE FREE